วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

การลำดับสาย(obi)

ค่อนข้างจะมีคนเข้าใจผิดเยอะเกี่ยวกับสายและการลำดับ การให้สายนั้นเกิดขึ้นในสมัยท่านจิโกโร่ คาโน เป็นผู้ให้กำเนิดวิชายูโดนั่นเอง ในปี1883 เริ่มมีการจัดลำดับสาย สาเหตุเพราะเวลาท่านไปสอนที่อื่น ท่านจะไม่รู้ว่าใครเรียนถึงระดับไหนแล้ว แล้วจะต้องสอนอะไรใครยังไงบ้าง เพราะไม่มีอะไรมาแบ่งระดับชั้น (ก็เหมือนเด็กมัธยมโรงเรียนเรานี่ล่ะครับ 1 ดาว 2 ดาว เป็นตัวบอกระดับ) ท่านจึงได้กำหนดมาตรฐานการลำดับสายสีขึ้นมา

การลำดับสายในปัจจุบันนั้น ขึ้นอยู่กับองค์กรหรือสมาคมนั้นๆ ว่าจะลำดับกันอย่างไร บางทีแม้แต่สมาคมเดียวกันแต่คนละโรงยิม ยังลำดับไม่เหมือนกันเลย แต่ที่สุดแล้ว จากสายขาว ถึง สายดำ ก็จะมี 10 ลำดับขั้นเหมือนกัน ขอยกตัวอย่างของคาราเต้ในประเทศไทย


เริ่มจากระดับ KYU (อ่านว่ากิ้ว)

  • สายขาว..............................(ไม่มี kyu)
  • สายขาวปลายเหลือง............(10th kyu)
  • สายเหลือง..........................(9th kyu)
  • สายเหลืองปลายเขียว...........(8th kyu)
  • สายเขียว.............................(7th kyu)
  • สายเขียวปลายฟ้า ................(6th kyu)
  • สายฟ้า ................................(5th kyu)
  • สายฟ้าปลายน้ำตาล ..............(4th kyu)
  • สายน้ำตาล ..........................(3rd kyu)
  • สายน้ำตาลปลายดำ ขั้นที่ 1 ...(2nd kyu)
  • สายน้ำตาลปลายดำ ขั้นที่ 2 ...(1st kyu)

ระดับ DAN (ดั้ง)

  • Shodan .........................1st-dan
  • Nidan ............................2nd-dan
  • Sandan ..........................3rd-dan
  • Yondan, Yodan .............4th-dan
  • Godan ...........................5th-dan
  • Rokudan ........................6th-dan
  • Nanadan (Shichidan) ......7th-dan
  • Hachidan ........................8th-dan
  • Kudan ............................9th-dan
  • 10th Dan ปัจจุบันไม่มีการให้ระดับนี้กันแล้วครับ เหมือนถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

*ในระดับกิ้วนั้น จะเรียกว่า Mudansha - Mu ในปรัชญา Zen หมายถึง ความว่างเปล่า ความไม่มี Dan คือระดับชั้น, มีระดับชั้น หรือ ยศ Sha ก็คือบุคคลนั่นเอง

*ส่วนผู้ที่อยู่ในระดับสายดำ หรือระดับDan เราเรียกว่า Yudansha - Yu คือการเป็นเจ้าของ Dan คือระดับชั้น, มีระดับชั้น หรือ ยศ Sha ก็คือบุคคล

ปัญหาก็คือ คนส่วนใหญ่คิดว่า สายดำ เก่งที่สุด สายสูงสุดแล้ว และคนที่ได้สายสี ต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาและแตกต่างจากสายขาว ดังเช่นเมื่อก่อน เคยมีคนมาโพสในบอร์ดพันทิบ ว่าเพื่อนคนนึงเล่นเทควันโด (ขออภัยที่เอ่ยนาม) ได้สายฟ้าหรืออะไรทำนองนี้ แล้วโดนเพื่อนอีกคนเตะก้านคอ ก็มีคนตอบกระทู้มาทันควันเลย ว่าสายฟ้าประสาอะไรโดนเตะก้านคอ

ต้องทราบก่อน ว่าส่วนของสายสี ตั้งแต่ขาวจนถึงก่อนน้ำตาล ถือว่าเป็นสายที่เพิ่งหัดเดิน พอจะมีท่ามีทางเข้าเค้าอยู่บ้าง อย่างในคาราเต้ของโกจูริวนั้น ท่ากาต้าที่เริ่มจะมีเทคนิคขั้นสูงก็คือท่า ไซฟ่า ซึ่งเป็นท่ากาต้าของสายสีฟ้า

ส่วนสายน้ำตาลขึ้นไปคือเริ่มมีเทคนิคเยอะขึ้น เริ่มบ้าวิชามากขึ้น บางคนก็เริ่มเพี้ยน - -" วันๆ เอาแต่คิดเรื่องเทคนิคสรรหาวิชา หาความรู้ ฝึกและฝึกและฝึก

คนที่อยู่ระดับ Kyu จริงๆ แล้วคือผุ้ที่ไม่มีอะไรเลย (Mudansha) ถ้าจะให้พอมีฝีมือบ้าง ก็ต้องระดับสายดำ (Yudansha) ครับ เพราะฉะนั้น จะไปเอาอะไรกับสายสี (แต่ก็ไม่ได้หมายถึงสายสีไม่เก่งนะ สายสีเก่งๆ เยอะมาก แต่ไม่อยากให้หวังอะไรมาก หรือคิดว่า คนเรียนศิลปะป้องกันตัวสายสีโน้นสีนี้เก่ง)

ดังนั้น การที่ใครก็ตามได้ระดับสายดำ ก็ไม่ใช่ว่าคนนั้นเก่งมากๆ แต่หมายถึง มันขยันและตั้งใจฝึกฝน ฝึกพื้นฐานจนครบ และมีโอกาสพัฒนาต่อไปต่างหาก

ระบบการให้สายนั้นไม่ได้แสดงออกว่าใครเก่งกว่าใคร แต่มันสะท้อนถึงค่านิยมบูชิโด ไม่ว่าคุณจะเก่งมากจาไหนก็ตามหากเข้ามาเรียนครั้งแรก คุณจะต้องใส่สายขาวเสมอ และรับการพัฒนาทั้งทางฝีมือและจิตใจ จะเห็นได้ว่าในการสอบสายนั้น หากใครต่อยหรือทำร้ายอีกฝ่ายนึงจนบาดเจ็บร้ายแรง คนนั้นจะสอบตกครับ การสอบเราวัดกันที่ฝีมือก็จริง แต่ก็ไม่ได้ห้ำหั่นกันขนาดเอาเป็นเอาตาย และยิ่งกำลังสอบสายดำ นั่นหมายถึง เทคนิคต้องดี ขนาดว่ายั้งมือได้ ต้องรู้ว่าตอนนี้สอบสาย ไม่ใช่ไปรบ ไม่ได้คิดจะฆ่าใคร หรือต่อยเอาเป็นเอาตาย


ไปถามๆ ดูสายดำกันเหอะครับ มีแต่คนไม่อยากจะสู้ มีปัญหาก็พยายามเลี่ยง (หมายถึงเวลามีปัญหาทะเลาะตบตีนะ ไม่ใช่ปัญหาชีวิต - เคยอยู่ในสถานการณ์คนตีกัน เลี่ยงแทบตาย กลัวโดนลูกหลง)
สายคาดเอวยังมีปรัชญาแฝงอยู่อีกหลายอย่าง ไว้จะค่อยๆ ทยอยเอามาลง

ที่มา: http://hwaa.exteen.com/20051003/obi

ไม่มีความคิดเห็น: